วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

@ทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิ

สวัสดีค่ะ รีวิวนี้ขอลัดคิวรีวิวอื่นๆที่ดองๆเอาไว้มาฝากเพื่อนๆก่อนเลยนะคะ
เนื่องจากว่าตอนนี้กำลังเป็นช่วงดอกกระเจียวบาน เด็กจิ๋วเลยอยากรีบเอาภาพมาฝาก 
เผื่อว่าใครจะไปในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ จะได้มีข้อมูล ไม่มากก็น้อยนะคะ
ช่วงนี้เห็นรีวิวทุ่งดอกกระเจียวหลายอันเหมือนกัน อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะคะ
ทริปนี้เด็กจิ๋วไม่ได้ไปนอนค้างที่ชัยภูมินะคะ เราออกเดินทางจากกรุงเทพคืนวันศุกร์ (ตี 1) ไปถึงอุทยานฯไทรทองตอนตี 5
เราเที่ยวที่อุทยานฯ ไทรทอง และอุทยานฯป่าหินงาม แวะกินข้าวที่ปากช่อง กลับมาถึงบ้าน 5 โมงเย็นวันเสาร์ค่ะ
จุดหมายแรกของเราคือที่ อุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ อยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 300 กิโลนิดๆ 
เราออกจากบ้านตอนตี 1 ไปถึงที่ทำการอุทยานฯ ประมาณตี 5 
เสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานเสร็จแล้ว ก็เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา แล้วก็ไปซื้อตั๋วรถเพื่อขึ้นไปยังจุดเดินเท้าด้านบน เราจะได้แผนที่หน้าตาแบบในภาพมาหนึ่งอัน
ความจริงถ้าเพื่อนๆเอารถกระบะ หรือรถที่สูงหน่อยไป สามารถขับขึ้นไปได้เองเลยนะคะ 
คือทางขึ้นไปจุดเริ่มเดินเท้า มันจะมีจุดนึงต้องขับข้ามลำธารน้ำค่ะ ถ้ามั่นใจในรถ ก็ขับเองได้ค่ะ
ส่วนพวกเราเลือกใช้บริการรถกระบะของอุทยานฯดีกว่าค่ะ ปะป๊าหวงรถง่ะ
ค่ารถก็คนละ 60 บาทไปกลับ รถเต็มเมื่อไหร่ก็ออก 
คณะเรามีกัน 4 คนรวมเด็กจิ๋วด้วย รอผู้ร่วมเดินทางคนอื่นอยู่พักนึง ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมา 
ปะป๊ากลัวหมอกยามเช้าจะหมดซะก่อน เราเลยจำต้องซื้อตั๋วรถอีก 4 ใบ เท่ากับ 8 คนเป็นการเหมารถขึ้นไปเฉพาะคณะเรา ไม่ต้องรอใคร
จากแผนที่ด้านบน จุดที่รถกระบะปล่อยเราลง จะอยู่แถวๆผาพ่อเมือง
ตรงนี้เห็นมีคนกางเต้นท์อยู่หลายเต้นท์เหมือนกันค่ะ 
เราว่ากางตรงนี้น่าจะสะดวกดี เพราะรถเข้าถึง ถ้ากางอีกจุดตรงทุ่ง 1 ต้องเดินหอบข้าวของเข้าไปเอง เหนื่อยอ่ะค่ะ 
เราเริ่มเดินเท้าเลาะไปตามหน้าผา ขาไปไม่ได้ถ่ายรูปวิวตรงหน้าผาเลยเพราะหมอกหนามาก มองไม่เห็นอะไร
รูปหน้าผานี้ถ่ายตอนเดินกลับลงมาค่ะ
เราเดินสวนกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เค้าบอกเราว่าทุ่ง 1 สวยที่สุด กำลังบาน สวยมาก
เราเลยตั้งเป้าเดินเข้าทุ่ง 1 ซึ่งอยู่ไกลที่สุดก่อน ระยะทางจากผาhumหดไปก็ 2000 เมตรเอง หุหุ
กว่าจะหอบหิ้วเด็กจิ๋วมาถึงทุ่ง 1 ก็หอบแฮ่กกันเป็นแถวๆ ทั้งป๊า แม่และพี่เลี้ยงเด็กจิ๋ว
แต่พอมาถึงเห็นแบบนี้ก็หายเหนื่อยค่ะ
อากาศเย็นสบาย พระอาทิตย์ยังแอบอยู่หลังเมฆ มีหมอกเย็นๆ เหนือทุ่งดอกไม้
อากาศเย็นสบาย พระอาทิตย์ยังแอบอยู่หลังเมฆ มีหมอกเย็นๆ เหนือทุ่งดอกไม้
ความจริงปะป๊ากับแม่ เคยมาที่ไทรทองนี่กันคนละ 3-4 ครั้งแล้ว 
แต่พอเห็นรูปเพื่อนๆใน BP ปะป๊าก็อยากไปอีก ชวนกันวันพุธ คืนวันศุกร์ออกเดินทางเลย
ปะป๊ากับแม่เคยมากางเต้นท์นอนที่จุดกางเต้นท์ทุ่ง 1 เมื่อ 14 ปีที่แล้ว สมัยเรียนจบใหม่ๆ (นานมากแล้วจริงๆ)
ทุ่งดอกไม้ยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนก็จะมีเรื่องของการจัดการทางเดินที่ดีขึ้น
และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ขึ้นมา
คราวนี้เราเดินทางมาพร้อมเด็กจิ๋วด้วย 
เหนื่อยมากขึ้นเพราะทั้งต้องจูงบ้าง อุ้มบ้าง (อุ้มซะส่วนมาก) กว่าจะมาถึง
แต่เด็กจิ๋วก็ดูมีความสุขดี ได้รู้จักหมอก รู้จักดอกกระเจียว ได้ดูมดเดินกันเป็นฝูงๆ
จากการที่ไปมาทั้งสองที่คือที่ไทรทอง และป่าหินงาม เราพบว่าที่ทุ่ง 1 ไทรทองนี่ เป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่ที่สุดแล้ว
กำลังบานเต็มที่สวยงามมาก ดูแล้วสดชื่นมากๆ เจ้าหน้าที่บอกว่าดอกจะยังอยู่จนปลายสิงหาเลย
และถ้าเป็นช่วงสุดสัปดาห์หน้า (เสาร์ที่ 14) น่าจะบานเต็มที่กว่านี้ค่ะ
(แต่ที่เคยไปช่วงกลางสิงหา ดอกยังอยู่ก็จริง แต่มันก็เริ่มจะเหี่ยวแล้ว ไม่สวยแบบเดือนกรกฎาค่ะ)
เด็กจิ๋วดูจะสนใจการเดินเหยียบหินมากกว่าทุ่งดอกไม้
ทุ่งดอกกระเจียว หรือบางคนก็เรียกว่าทุ่งดอกบัวสวรรค์
ไปหาใน Google มาเค้าบอกว่า..
ดอกกระเจียว หรือดอกบัวสวรรค์ เป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน
ช่วงฤดูหนาวและร้อนเหง้ากระเจียวจะฝังอยู่ใต้ดิน พอหน้าฝนถึงจะแทงหน่อเติบโตออกดอกสวยงาม
ปะป๊าพยายามจะถ่ายรูปเด็กจิ๋วกับทุ่งดอกไม้ แต่ไม่สำเร็จเลย
เด็กจิ๋วไม่ยอมเงยหน้ามองกล้องเลย สนุกกับการเดินบนหินขรุขระมาก
ทางเดินเท้าที่จัดไว้เป็นสัดส่วน จะได้ไม่รุกล้ำเข้าไปในทุ่งดอกไม้
ระหว่างที่เราเดินชมดอกไม้ จะเห็นเจ้าหน้าที่แอบตะคุ่มๆอยู่ตามซอกหินต่างๆ ทีแรกก็งงว่ามานั่งทำไร
ตอนหลังถึงรู้ว่ามาคอยดูแล ไม่ให้นักท่องเที่ยวแอบเดินลงไปในทุ่ง
(เราเห็นที่ป่าหินงาม มีเด็กวิ่งลงไปในทุ่งดอกไม้ เจ้าหน้าที่ที่แอบซุ่มอยู่ จะเป่านกหวีดเสียงดังลั่นเลยค่ะ)
ดีใจที่เห็นการจัดการที่ดีของเจ้าหน้าที่อุทยานฯนะคะ 
พวกเราจะได้มีธรรมชาติสวยๆ แบบนี้เอาไว้ดูนานๆ
เดินชมดอกไม้ เด็กร่าเริง แต่แม่เหนื่อยแฮ่กค่ะ
อยากให้ลูกหนักน้อยกว่านี้ซัก 2-3 โล เฮ้อ...
ลำพังร่างอ้วนๆของแม่ก็จะเอาไม่รอดแล้ว ต้องมาแบกเด็กจิ๋วด้วย สุดยอดอ่ะค่ะ
ที่ทุ่ง 1 เค้าจะจัดทำเป็นทางเดินเข้าไปกลางทุ่ง แล้วล้อมรั้วเอาไว้ เป็นจุดให้เราถ่ายภาพ
เราจะได้รูปทุ่งดอกไม้แบบพานอราม่าล้อมรอบตัวเราเลยค่ะ
ดอกเยอะมากจริงๆ
ตอนแรกแม่ก็ไม่อยากไปที่นี่ เพราะเห็นว่าเด็กจิ๋วยังเล็กเกินไป
บวกกับเดาได้ว่าคนที่จะเหนื่อยมากคือแม่เพราะเด็กจิ๋วจะไม่เอาใครเวลาไปนอกสถานที่แบบนี้
แต่พอไปแล้วก็ดีนะคะ ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่มากมาย เสียงนกร้อง ผีเสื้อ แมลงแปลกๆ
เราใช้เวลากันที่ทุ่ง 1 นานพอสมควร เดินเล่น นั่งเล่น ถ่ายรูปกันจนจุใจ
จะเห็นว่าบางภาพมีหมอก บางภาพไม่มี เพราะบรรยากาศเปลี่ยนไปเรื่อยๆจริงๆค่ะ
พอพระอาทิตย์ออกจากเมฆ หมอกที่เห็นก็หายวับไปหมด
พอลมพัดเมฆมาบังพระอาทิตย์ หมอกก็ปรากฏขึ้นมาใหม่
ก็เลยรู้ว่าหมอกก็ยังอยู่ตลอดแหละ แต่ถ้าแดดออกจะมองไม่เห็นเท่านั้นเอง
ความจริงตัวดอกกระเจียวจะเป็นดอกสีม่วงเล็กๆนะคะ
กลีบสีชมพูอมม่วงไม่ใช่กลีบดอก แต่เค้าเรียกว่ากาบดอกอ่ะค่ะ
(ข้อมูลจาก wiki ค่ะ)

บางคนบอกว่าดอกกระเจียวกินได้ แต่เราไม่แน่ใจว่าพันธุ์ที่เห็นนี้จะกินได้มั้ย เพราะมันเป็นกระเจียวป่า 
ลองค้นๆรูปใน google ดูมีพันธุ์ที่กินได้ แต่หน้าตาไม่เหมือนแบบนี้
หลังจากอยู่ถ่ายรูปกันที่ทุ่ง 1 จนหนำใจแล้ว ก็เดินต่อไปที่ทุ่ง 2 ซึ่งต้องเดินย้อนไปอีกประมาณ 700 เมตร
ความจริงขาไปทุ่ง 1 ก็เดินผ่านนะคะ หมอกกำลังลงสวยมากๆเลย แต่เราไม่ได้แวะ
พอกลับมาที่ทุ่ง 2 แดดก็ออกแล้ว หมอกหายหมด เสียดายค่ะ
Wikipedia บอกว่าดอกนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ปทุมา หรือ ทิวลิปสยาม ด้วยค่ะ
ทุ่งทิวลิปสยาม สวยงามไม่แพ้ทุ่งทิวลิปฮอลแลนด์เลยนะคะ
สมัย 14 ปีที่แล้วที่แม่ได้มาเที่ยวที่นี่ ตอนนั้นทุ่งดอกกระเจียวยังไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายอย่างปัจจุบัน
จำได้ว่าตื่นเต้นมากที่ได้เห็น เพราะไม่เคยเห็นดอกแบบนี้มาก่อน แต่ในปัจจุบันเห็นมีปลูกทั่วไปในกรุงเทพค่ะ
ทางเดินชมทุ่งดอกไม้ที่นี่ก็นับว่าไม่ได้ลำบากมาก 
ถึงแม้ระยะทางไกลซักหน่อย แต่ทางเดินก็เป็นทางราบซะส่วนมาก มีทางขึ้นลงเนินเพียงเล็กน้อย
ยิ่งถ้าร่างกายแข็งแรง เดินดูดอกไม้ไป ถ่ายรูปไป อากาศสบายๆ ไม่น่าจะรู้สึกเหนื่อยซักเท่าไหร่ด้วยซ้ำ
เราต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ภาพหลังๆไม่สามารถแยกภาพทุ่ง 1 กับ 2 ได้
ดอกมันก็เหมือนๆกันหมดเลยค่ะ
จบจากทุ่ง 2 เราก็มุ่งหน้าไปที่ทุ่ง 4 ระยะทางไกลกันพอควร (ประมาณ 700 เมตร)
ช่วงนี้เอง ที่เด็กจิ๋วเป็นไรไม่รู้ ไม่ยอมลงเดินเองเลย และไม่ให้ใครอุ้มนอกจากแม่
ดอกกระเจียวขาวจะมีขนาดดอกที่เล็กกว่าสีชมพูมาก มองไกลๆ เราว่าไม่ค่อยสวยค่ะ
มันดูเหมือนเศษกระดาษตกอยู่ที่พื้นหญ้ามากกว่า
ทุ่งดอกขาวก็จะไม่ใหญ่มากค่ะ ไม่ค่อยตื่นตาเหมือนสีชมพู
นอกจากดอกกระเจียวแล้ว ก็ยังมีดอกไม้ป่าอื่นๆ บานให้ชมกันด้วย
ไม่รู้ว่าชื่อดอกอะไรกันมั่งนะคะ
เราเดินชมทุ่งเบ็ดเสร็จ วนกลับมาที่จุดขึ้นรถใกล้ๆผาพ่อเมืองยังไม่ 9 โมงเช้าเลยค่ะ
เด็กจิ๋วบอกว่าหิวมาก อยากกินข้าวไข่เจียว เลยแวะทานข้าวเช้ากันที่ร้านค้าตรงนั้น ก่อนนั่งรถลงมาที่ทำการฯค่ะ
ออกจากอุทยานแห่งชาติไทรทอง ก็ไปต่อกันที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามที่อำเภอเทพสถิต
ใช้เวลาขับรถไปราวๆ 1 ชั่วโมงได้ วันนั้นเราโชคดีมากที่ไม่เจอฝนเลย ช่วงบ่ายแดดแรงอีกต่างหาก
ทันทีที่เราขับรถมาถึงบริเวณอุทยานฯป่าหินงาม ก็งงมากๆ
เพราะสภาพไม่เหมือนอุทยานแห่งชาติทั่วๆไปที่เคยไป
ผู้คนมากมาย รถที่จอดก็มากมายเต็มลาน แน่นไปหมด
เหมือนมางานตลาดนัดยังไงยังงั้น ไม่เหมือนอุทยานแห่งชาติแม้แต่น้อย
พอจอดรถแล้วเดินเข้าไปก็พบว่าการจัดการของอุทยานที่นี่ก็ดีมาก
มีการจัดรถรางนำเที่ยวจากด้านหน้า จอดแวะตามจุดต่างๆ 
มีการจัดการทางเดินอย่างดี ทำให้ไม่เข้าไปรบกวนธรรมชาติ
ฉะนั้นถึงแม้คนจะเยอะมาก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการชมดอกไม้แต่อย่างใด
ค่าเข้าอุทยานที่นี่เราไม่ต้องเสีย เพราะเอาตั๋วที่เราเสียมาจากที่ไทรทองมาโชว์ ใช้ด้วยกันได้
แต่ต้องเสียค่ารถรางคนละ 20 บาท 
จุดแรกที่แวะให้ลงคือ ผาสุดแผ่นดิน จุดนี้เราไม่ได้ลง เพราะเด็กจิ๋วไม่พร้อมเป็นอย่างยิ่ง
จุดที่สองเป็นจุดทุ่งดอกกระเจียว เราลงกันที่จุดนี้ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเนิน มีดอกกระเจียวขึ้นอยู่แน่นมาก
ทางอุทยานฯทำทางเดินให้ชมดอกไม้อย่างเป็นสัดส่วน และมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามจุดต่างๆ
ทันทีที่มีใครย่างกรายเกินเขตทางเดินเข้าไปในทุ่งดอกไม้ เจ้าหน้าที่จะเป่านกหวีดเตือนเสียงดันลั่นค่ะ
แต่ข้อเสียอย่างนึงของทางเดินที่ดูเหมือนเพิ่งทำขึ้นมาใหม่นี้คือ มันแคบมากค่ะ เดินสวนกันแทบจะไม่ได้
เวลาคนเยอะๆ ถ้ามีใครหยุดถ่ายรูป คนก็จะติดเดินไม่ได้ต้องหยุดกันหมดเลย ดีไม่ดีก็อาจจะโดนชนล้มได้ 
เราเห็นมีผู้หญิงคนนึงกำลังโก้งโค้งถ่ายรูปให้เพื่อน โดนคนเดินมาชน เกือบล้มเลย ดีที่พี่เลี้ยงพริมช่วยจับไว้ ไม่งั้นตกลงไปแน่ๆ
ตอนเราเดินขึ้นไปก็งงเล็กน้อยว่า ทำไมมีแต่เราที่เดินสวนขึ้นไป คนส่วนมากจะเดินลงมาจากเนินด้านบน
ตอนหลังเพิ่งรู้ว่าเค้าเดินมาจากผาสุดแผ่นดินกัน แต่ระยะทางก็ไกลพอควรหละนะ ดีแล้วที่ไม่ได้ไป
เพราะนาทีนั้น ร้อน เหนื่อย และหนักมาก
ทุ่งดอกกระเจียวที่นี่มีขนาดเล็กกว่าทุ่ง 1 ที่ไทรทอง แต่ความหนาแน่นของดอกมากกว่า
เรียกได้ว่าขึ้นแน่นไปหมด ถ้ามาเช้าๆ มีหมอก จะสวยมากๆ (ดูรูปได้จากกระทู้คุณชานมฯค่ะ)
ดูเหมือนว่าดอกที่นี่จะเหี่ยวกว่าที่ไทรทอง เพราะเค้าจะเริ่มบานก่อนที่ไทรทอง
ถ้าใครจะไปที่นี่ น่าจะต้องรีบซักหน่อยนะคะ ถ้าไปช่วงสิงหา ดอกอาจจะดำเยอะแล้วค่ะ
สำหรับที่อุทยานฯป่าหินงามนี้ เราแวะกันจุดเดียวเท่านั้น คือจุดทุ่งดอกกระเจียว
จุดป่าหินงามก็ไม่ได้ลง เพราะรู้มาว่าเดินยากพอสมควร เด็กจิ๋วก็งอแงมากทีเดียว
เนื่องจากตอนเราเดินเที่ยวที่นี่ เป็นช่วงบ่ายต้นๆ แดดแรงพอควร
แต่ลมก็พัดเย็นสบายดี กลับบ้านมาหน้าไหม้กันถ้วนหน้า
หลายดอกเริ่มดำแล้ว
แต่โดยรวมก็ยังดูสวยงามเปล่งปลั่งอยู่
ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างทั้งสองที่ก็จะสรุปได้ดังนี้ค่ะ
อุทยานแห่งชาติไทรทอง: ระยะทาง (จากกรุงเทพฯ) ไกลกว่า เดินเท้าไกลกว่า แต่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า คนน้อยกว่ามาก ทุ่งใหญ่กว่ามาก
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม: ระยะทาง (จากกรุงเทพฯ) ใกล้กว่า(นิดนึง) เดินทางไปง่าย เดินเท้าไม่มาก คนเยอะกว่ามากกกกก ทุ่งเล็กกว่า แต่ดอกแน่นมากๆ ดอกเริ่มบานก่อนที่ไทรทอง เลยเริ่มเหี่ยวก่อน
สรุปว่าชอบทั้งสองที่ค่ะ มีดีทั้งสองที่ ถ้ามีเวลาก็ไปทั้งสองที่เลยนะคะ
จบจากที่ป่าหินงาม เราขับกลับทางปากช่อง โคราช เพราะจะแวะหม่ำมื้อบ่ายกันที่ Smoke House 
แล้วก็แวะซื้อน้ำข้าวโพดของโปรดเด็กจิ๋วที่ไร่สุวรรณด้วย
กลับมาถึงบ้านประมาณ 5 โมงเย็นค่ะ
เด็กจิ๋วขอบ้ายบายไปก่อนนะคะ รีวิวต่อไปน่าจะเป็นสิรารัญ ประจวบฯแน่นอนค่ะ
แล้วเจอกันนะคะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น