วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

@ภูเก็ต ชวนไปติดฝนที่เกาะไม้ท่อน นอนชิลล์ที่ Kalima

เมื่อต้นเดือนที่แล้วเด็กจิ๋วไปเที่ยวภูเก็ตมาค่ะ ไปพร้อมๆกับสายฝนกระหน่ำ และฟ้าดำๆเลยค่ะ
เคยได้ยินมาว่าสำหรับที่ภูเก็ต เดือนกันยายน เป็นเดือนที่ฝนตกมากที่สุด
เราได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเราน่าจะโชคดีไม่เจอฝน เพราะที่ผ่านมาเรามักโชคดีกับฟ้าฝนเสมอๆ
แต่คราวนี้ผิดคาดเลย เจอฝนตลอดทริป แถมฝนตกกระหน่ำระดับพายุ ตอนเราไปไม้ท่อนด้วย
พร้อมแล้วไปเที่ยวภูเก็ตแบบเปียกๆท้าลมฝนกับเด็กจิ๋วกันค่ะ...

ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน Thai Air Asia จากดอนเมืองค่ะ
เราทำ Online Check in และพิมพ์ Boarding Pass ไปจากบ้านเรียบร้อยล่วงหน้าแล้ว ไปถึงก็เข้าคิวเพื่อ load กระเป๋ากันค่ะ
ถ้าใครไม่สะดวกทำเช็คอินมาจากบ้าน สามารถมาใช้ตู้ Kiosk ตรงนี้เช็คอินได้นะคะ

เช้าวันเดินทางน้องพริมมีเรียนพิเศษ เรียนเสร็จก็บึ่งมาสนามบินเลย ข้าวกลางวันไม่ได้กิน เด็กเลยหิวจัดมาก
รอกินบนเครื่องก็ไม่ไหวแล้ว เลยขอจัดนม ไส้กรอก ข้าวโพด จาก 7-11 ก่อนเลย

ขึ้นเครื่องก็หม่ำกันอีกรอบ เราสั่งอาหารล่วงหน้านะคะ เพราะบางเมนูจะไม่มีขายบนเครื่อง ต้องสั่งล่วงหน้าเท่านั้น และราคาจะถูกกว่าด้วย
ของแม่เป็นไก่ย่างข้าวเหนียว หน้าตาเหมือนจะไม่อร่อย แต่อร่อยค่ะ ส่วนของเด็กจิ๋วเป็นมักกะโรนีผัดไส้กรอก
ของปะป๊าเป็นลาซานญ่า ถาดเล็กไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร เพราะปะป๊าจัด Subway 1 อันใหญ่ก่อนขึ้นเครื่องไปเรียบร้อยแล้ว

ทุกครั้งที่ขึ้นเครื่อง ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ไม่ว่าจะสายการบินไหน เครื่องรุ่นไหน เด็กจิ๋วจะสนใจเอกสารความปลอดภัยบนเครื่องมากๆ
และจะต้องบังคับให้แม่อ่านให้ฟัง อธิบายทุกรูป บางทีเที่ยวไป-กลับเหมือนกันเด๊ะ ก็ยังต้องอ่านให้ฟัง
เดาว่ามันมีรูปประกอบ เหมือนนิทาน เด็กคงชอบ
คือถ้าเครื่องเกิดไรขึ้นมา เด็กจิ๋วน่าจะเป๊ะกฎระเบียบ วิธีที่ต้องทำมากที่สุดละ

ก่อนบินคราวนี้อาม่าที่ราชบุรีโทรมาฝากซื้อลิปสติกด้วย แม่ก็งงๆบนเครื่องมีลิปสติกขายด้วยเหรอ
อาม่ายืนยันว่ามี เป็นลิปสติกสีแดงแปร๊ด แล้วก็มีจริงๆ ประมาณว่า limited edition ขายเฉพาะบนเครื่อง Air Asia
จัดให้อาม่า 2 ชุด 

ส่วนเด็กจิ๋วขอซื้อของเล่น 1 อย่าง ทีแรกร้องจะเอาเครื่องบินเป่าลม แต่เพิ่งได้มาจาก TG เมื่อเดือนที่แล้ว
พยายามล่อหลอก เกลี้ยกล่อมนานมากๆ กว่าจะยอมเอาชุด magnet อันนี้ (แม่อยากได้เป็นการส่วนตัวด้วย)

มาถึงสนามบินภูเก็ตพร้อมเมฆฝนอึมครึม เราจองรถเช่าล่วงหน้าของ AVIS มา (ค่าเช่ารถอันนี้จ่ายเอง 100% ค่ะ)
ชอบ AVIS ตรงที่คืน late ได้ 4 ชั่วโมง เพราะเวลาคืนจะพอดีกับไฟล์ทกลับของเราเลย
เอาเข้าจริงๆ ในเมืองไทยก็ยังไม่เคยลองเช่าเจ้าอื่นซักที ใช้แต่ AVIS เพราะราคาและคืนช้าได้นี่แหละค่ะ ถึงแม้ส่วนใหญ่จะได้รถที่ค่อนข้างเก่าตลอดๆ

ขับรถจากสนามบินภูเก็ตมา Kalima Resort & Spa แถวๆหาดป่าตอง โดยใช้ Google Map นำทางค่ะ
คราวนี้ไม่หลงเพราะมือถือมีสัญญาณตลอดๆ ใช้เวลา 40 นาทีก็มาถึงค่ะ
Kalima จริงๆแล้วตั้งอยู่ตรงหาดกะหลิม (เลยมีชื่อว่า Kalima ค่ะ) โค้งเลยไปหน่อยก็เป็นหาดป่าตองอันคึกคักค่ะ
ตัวโรงแรมไม่ติดทะเลนะคะ มีถนนกั้น ถ้าแขกที่มาพักอยากไปหาด ก็จะมีรถของโรงแรมไปส่งให้ค่ะ

Welcome Drink เสิร์ฟมาในแก้วทรงกระบอกเหมือนหลอดทดลอง เป็นน้ำชาเขียวหวานๆ
อันนี้ดื่มยากนิดนึง เพราะปากแก้วแคบ ต้องห่อๆ ปากนิดนึงค่ะ 

แรกเห็น Kalima รู้สึกงงๆกับอาคารที่นี่นิดนึง เพราะดูเหมือนมีหลายตึก ซ้อนๆเชื่อมไปมาล้อมรอบสระว่ายน้ำอยู่
แต่พออยู่ไปแป๊บนึงเริ่มชิน เริ่มรู้ทาง แล้วเลยรูสึกว่าที่นี่ออกแบบได้ดีมาก ความจริงเนื้อที่ไม่เยอะเลย
แต่ด้วยความที่เป็นตึก มีหลายตึก หลายชั้น ทำให้ดูมีอะไรเยอะ และทุกที่ก็ไม่ไกลกัน เดินเชื่อมถึงกันได้หมด




มาดูห้องที่เรากันดีกว่าค่ะ
ห้องที่เราพักเป็นห้องแบบ Double Pool Access ซึ่งพอเราเข้าห้องมาก็ชอบเลยค่ะ ห้องกว้างมากๆ
(รูปปนกันทั้งช่วงสว่างและมืดนะคะ เพื่อความสะดวกในการเล่าเรื่องค่ะ)


เตียงกว้างมากๆ ค่ะ คือเอาฟูกแบบ single 2 อันมาชนกัน จะกว้างกว่า king size ทั่วไปอีกฟุตนึง นอน 3 คนสบายๆ
ขนาดเตียงกว้างๆแบบนี้ คืนที่สองเด็กจิ๋วมีละเมอตกเตียงหน้าฟาดโต๊ะหัวเตียง ได้แผลเล็กๆมา 1 ค่ะ


ห้องน้ำมี shower และห้องสุขาแยกสัดส่วน แต่ห้อง type นี้ไม่มีอ่างอาบน้ำนะคะ

ตรงกระจกเหนืออ่างล้างหน้าเป็นบานเลื่อนค่ะ สามารถเปิดทะลุกับห้องนอนได้


มุมมินิบาร์
ขวดแก้ว 3 ใบที่เห็นเป็น แอลกอฮอล์นะคะ อันนี้เป็น Complimentary สำหรับห้อง pool type ขึ้นไป

ห้องแบบเราจะมีอยู่ประมาณ 8 ห้อง แต่ห้องเราจะพิเศษที่สุด ตรงที่ว่าเป็นห้องตรงกลางที่เป็นหัวโค้งหักมุมของอาคารพอดี
ห้องนี้เลยมีพื้นที่เพิ่มขึ้นมา ทั้งภายในห้องและส่วนของระเบียง
จากภาพนี้จะเห็นชัดค่ะว่าพื้นที่ที่ได้เพิ่มมาคือ ส่วนโค้งหักมุมด้านซ้ายของภาพ

ได้ระเบียงกว้างๆแบบนี้เลยค่ะ

ห้องกว้างกว่าปกติ ทำให้โต๊ะทำงาน ไปอยู่ตรงนั้น เราเห็นภาพห้อง type นี้แบบปกติ โต๊ะทำงานจะอยู่ปลายเตียงค่ะ


สิ่งที่ชอบมากอีกอย่างของห้องนี้คือมีชุดนั่งเล่นตรงนี้ นั่งเล่นกินขนมชมวิว สบายมากๆค่ะ

ที่บอกว่าเป็นห้องแบบ Double Pool Access เพราะแต่ละห้องจะมี Pool ส่วนตัวเชื่อมต่อกับสระใหญ่ของโซนนี้

สระโซนนี้จะยาวมากๆ ถ้าว่ายจากซ้ายไปขวาสุดก็ไกลพอควร

วิวจากสระน้ำหน้าห้องเรา



อันนี้เป็นท่าน้ำของห้องอื่น
บางห้องเค้าก็จะมาปักหลักนั่งเล่นกันตรงนี้ เราก็จะไม่ค่อยสะดวกใจที่จะไปว่ายผ่านเค้าอย่างใกล้ชิดขนาดนั้น
ฉะนั้นเราก็เล่นกันอยู่แค่ตรงหน้าห้องเราเท่านั้น
ซึ่งความจริงว่ายเล่นแค่สระเล็กของห้องเรา กับสระกลางส่วนหน้าห้อง แค่นี้เด็กจิ๋วก็หนุกหนานมากมายละค่ะ



เล่นน้ำจนหมดแรงก็พาเด็กจิ๋วไปทานอาหารเย็นที่ห้อง Malika ค่ะ
ห้อง Malika นับว่าเป็นจุดที่มีวิวสวยมากๆ ของ Kalima เลยทีเดียว
ถ้าฟ้าเปิด จากจุดนี้จะมองเห็นพระอาทิตย์ตกสวยมากๆ แต่วันที่เราไปฝนตก ก็ได้แต่ถ่ายทไวไลท์ไป



มื้อนี้ป๊ากับแม่ขอจัดเต็มเป็น BBQ Seafood Buffet ค่ะ
(มื้อนี้จ่ายเองนะคะ ราคาคนละประมาณ 1000 ต้นๆ ไม่รวมน้ำ ซึ่งปะป๊าคำนวณดูแล้ว กินคุ้มแน่นอน)
ของเด็กจิ๋วทานฟรีนะคะ ยังเป็นเด็กน้อยอยู่
ทีแรกกะว่าจะนั่งรับลมชมวิวส่วน outdoor ซะหน่อย แต่น้องพนักงานแนะนำว่านั่งข้างในดีกว่า เพราะลมแรงมากๆ มีเด็กด้วย ซึ่งก็โชคดีที่นั่งด้านใน เพราะกินไปแป๊บนึง ฝนก็เทกระหน่ำเลยค่ะ
(ที่นั่งด้านนอก โรแมนติกมาก ถ้าฝนไม่ตก ลมพัดเย็นๆ น่าจะนั่งสบายค่ะ)



ด้านในร่มก็เป็นแบบเปิดโล่งนะคะ ไม่ใช่ห้องกระจกติดแอร์ ได้รับลมธรรมชาติเหมือนกัน


มีดนตรีสดเล่นให้ฟังด้วย แต่เป็นแนวครึกครื้นไปหน่อย ไม่ใช่แนวฟังสบายๆ เด็กจิ๋วถามว่าเมื่อไหร่เค้าจะร้องจบซักทีอ่ะแม่

มุมนี้เป็นอาหารสดสำหรับทำ BBQ
พอเราเลือกของสดแล้วก็เอาตัวหนีบเบอร์โต๊ะ หนีบกับจานแล้วให้พนักงานเอาไปปิ้งค่ะ
ของสดก็สดดีเลยค่ะ มีกุ้ง กั้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโต ปลา ปลาหมึก ไส้กรอก ซี่โครงหมู (แต่เสียดายไม่มีปู)

ตรง line buffet ก็จะมีพวกสลัด ผลไม้ ขนมเค้ก และอาหารที่ปรุงไว้แล้วนิดหน่อย
เท่าที่จำได้มีต้มข่าซีฟู้ด อร่อยแต่รสค่อนข้างอ่อน เราชอบเลย เพราะปกติไม่กินรสจัดอยู่แล้ว
แล้วก็มีให้สั่งผัดซีอิ๊ว ผัดไทย ทำให้ใหม่ๆเลยค่ะ (เด็กจิ๋วหม่ำผัดซีอิ๊วตามระเบียบ)


หน้าตาอาหารที่ปิ้งมาแล้ว ประมาณนี้


ของหวานก็อร่อยใช้ได้ค่ะ โดยเฉพาะเค้กช็อคโกแลตที่เหมือนผสมถั่วด้วย อร่อยมากๆ กินกันไปหลายเลย

น้องๆพนักงานที่ห้องอาหาร Malika บริการดีมาก และน่ารักกันเกือบทุกคนค่ะ ส่วนใหญ่ยิ้มแย้ม ยินดีบริการ
เราแอบมองที่เค้าบริการคนอื่นๆ ทั้งจีน เกาหลี ฝรั่ง ก็ได้รับการบริการที่ดีกันทั้งนั้นค่ะ


มาดู Kalima ยามค่ำคืนกันบ้าง เราสามารถมองออกไปเห็นแสงสีของหาดป่าตองยามค่ำคืนได้
ทางโรงแรมแจ้งว่ามีรถรับส่งไปหาดป่าตองด้วย แต่เราไม่ได้คิดจะไป คิดว่านั่งเล่นนอนเล่นที่ Kalima น่าจะสบายกว่า



เดินเล่นรอบสระน้ำ เปิดไฟสวยดี




ตรงนี้เป็นมุมห้องสมุดเล็กๆ มีหนังสือให้มานั่งอ่านได้


เดินดูรอบๆรีสอร์ทกันค่ะ




อันนี้อาคารที่เราพัก เรียกว่าอาคาร 8 ค่ะ


เดินผ่านสระว่ายน้ำส่วนกลางลงไป จะเจอห้องอาหารไทย ที่ชื่อว่า “ไทย” ซึ่งวิวงามเหมือนกัน
เราไม่มีโอกาสได้ทานอาหารที่นี่เลย



เดินลงมาดูล้อบบี้ด้านล่างกันบ้างค่ะ
ล้อบบี้จะเป็นแบบโล่งๆ โปร่งสบาย แต่งด้วยไม้ ลายต้นไม้ ซึ่งคง concept นี้ได้ทุกที่ในรีสอร์ทเลยค่ะ





กลับมาดูวิวกลางคืนที่ห้องบ้าง
เราออกไปนั่งชมวิวแสงสีป่าตอง รับลมทะเลเย็นๆ เงยหน้ามองฟ้า ไม่มีดาวซักดวงเลย ทั้งเมฆเต็มฟ้า และแสงไฟสว่างจ้าแถวๆนี้ ดาวไม่โผล่เลยค่ะ 



เช้าวันนี้เรามีโปรแกรมไปเกาะไม้ท่อนกันค่ะ
เกาะไม้ท่อนเป็นเกาะของเอกชน เคยมีรีสอร์ทเปิดให้บริการในอดีต และปิดตัวลงเป็นเกาะปิดมาร่วมสิบปี
ปัจจุบันเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวกลับเข้าไปเยี่ยมชมความงามกันได้แล้ว
ฉะนั้นธรรมชาติที่นี่ โดยเฉพาะใต้ท้องทะเล จะยังสมบูรณ์อยู่มากๆ ขนาดลงดำน้ำตรงหน้าหาด ยังมีโอกาสเจอสิ่งมีชิวิตใต้ท้องทะเลที่หลากหลายมากๆ

ทาง Love Andaman นัดเรา 9 โมงเช้าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต แถวๆแหลมพันวา
เนื่องจากเราเช่ารถ ก็เลยขับรถมาเองสะดวกกว่า แต่ถ้าใครอยากให้ทาง Love Andaman มารับที่โรงแรมก็ได้นะคะ

มาถึงท่าเรือ ลงทะเบียน แล้วแจก wristband ค่ะ วันนี้ได้สีส้ม
เอ่อ...เด็กจิ๋วคะ อันนั้นคือวิธีใส่ wristband ที่ถูกต้องเหนอคะลูก

ไกด์ที่พาเราไปวันนี้ชื่อน้องเอ็มมี่ และมีน้องๆสาวๆทีมงานอีกหลายคนที่ดูแลคณะทัวร์วันนี้
เราฟังน้องเอ็มมีอธิบายคร่าวๆถึงเกาะไม้ท่อน แล้วก็ลงเรือกันเลยค่ะ คณะทัวร์วันนี้คนไทยล้วนๆค่ะ


ใช้เวลานั่งเรือแว้บเดียว (ประมาณ 15 นาที) ก็มาถึงแล้วค่ะ
มาถึงพร้อมกับสายฝนที่เริ่มจะโปรยๆลงมาเบาๆเป็นระยะๆ
ก่อนที่ฝนจะตก เรารีบขนอุปกรณ์เล่นทรายพาเด็กจิ๋วเดินลงหาดไปเล่นทรายกันก่อนค่ะ
ลูกทัวร์คนอื่นๆ ก็รีบแยกย้าย ส่วนใหญ่ก็หามุมถ่ายรูป หามุมปักหลักนั่งเล่นกัน


ฟ้าดำมากๆ แต่สีน้ำทะเลก็ยังสวยมากๆอยู่ เราได้แต่เสียดายในใจ ที่ดันมาวันฝนตกซะงั้น
เด็กจิ๋วเอาป๋องน้ำไปตักน้ำมาเล่นทรายได้ไม่กี่รอบ ฝนก็เริ่มลงเม็ดมาแรงๆเลยค่ะ
วิ่งหนีกลับเข้าร่มกันไม่ทันเลย ฝนตก




คลื่นเริ่มแรงมากๆ ฝนก็แรงขึ้นเรื่อยๆ

โชคดีที่มีที่ร่มให้หลบฝนกันได้สบายพอควร
เรามานั่งมองสายฝนกัน ฝนแรงมากๆ ในใจคิดว่า ตกแรงๆ เลย จะได้หมดฟ้าเร็วๆ เดี๋ยวจะได้ไปเล่นทะเลได้

นั่งมองฝนไปเรื่อยๆ เอ่อ..นี่ไม่ใช่ฝนธรรมดาละ นี่มันพายุนี่นา พายุชัดๆ แรงขนาดนี้


ทะเลตอนมีพายุน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ... แต่ความจริงก็สวยไปอีกแบบนะเนี่ย
ไม่ค่อยเคยเห็นบรรยากาศแบบนี้เลย (อันนี้พยายามหาข้อดีมาปลอบใจตัวเอง)


เอาล่ะ..ฝนจะตกก็ตกไป ตกมาเรื่อยๆแรงๆ อย่างไม่มีทีท่าจะหยุดเลย
ระหว่างนี้ลูกทัวร์ก็อิ่มเอมไปกับบรรดา ขนม ของว่าง เครื่องดื่ม ที่น้องๆทีม Love Andaman จัดเตรียมไว้ให้
มาดูกันว่ามีไรบ้างค่ะ 
ขนมนานาชนิด (บราวนี่อร่อยมาก)


น้องๆ ปั่นเครื่องดื่มเสิร์ฟกันตลอดๆ เป็นไกด์ด้วย ปั่นน้ำเก่งด้วย

ที่สำคัญ มีอันนี้ให้หยิบได้ด้วย

อิตาเลียนโซดาก็ยังมีเสิร์ฟเลย อิ่มเอมท้องมากๆ งานนี้

หม่ำขนมเสร็จ ฝนก็ยังไม่มีทีท่าจะเบาลง เราถอดใจละ หันมาสนุกสนานกับการกินดีกว่า
ต่อกันด้วยมื้อกลางวันกันเลยค่ะ จัดเต็มมากๆ

ปิ้งย่างกันสดๆ หอมๆ ตรงนี้เลย เติมได้ตลอดนะคะ เสิร์ฟไม่อั้น

เด็กจิ๋วไปยืนดูตั้งแต่เค้าเริ่มปิ้งแล้ว อยากหม่ำปลาหมึกมากๆ

พออิ่มมื้อกลางวันกันแล้ว นั่งย่อยแป๊บนึง ในที่สุดฝนก็หยุดตกให้เราแล้ว เย้...
น้องๆ ทีม Love นำด้วยน้องไกด์เอ็มมี่ ก็ชวนลูกทัวร์ไปยืดเส้นยืดสายตีวอลเลย์บอลชายหาดกันหนุกหนานค่ะ
ตั้งแต่เจอกันวันนี้ น้องๆ ทำงานกันตลอดๆ ตั้งแต่ที่ท่าเรือ มาที่เกาะ เตรียมอาหาร เสิร์ฟอาหาร แล้วยังมาเล่นวอลเลย์อีก พลังงานเหลือเฟือจริงๆ
ใครจะว่าเราอวยไกด์ อวยทีมงานเกินไปมั้ย ขอบอกว่าไม่เกินไป เพราะเรื่องนี้เค้าดีจริงๆ ไม่ใช่ดีเฉพาะกับเรา แต่ดูแลลูกทัวร์ท่านอื่นๆ ที่ไปกับเราดีหมด
(งวดที่แล้วไปเกาะตาชัยกันทั้งครอบครัว ก็ได้รับความประทับใจแบบนึ้ค่ะ ไกด์คนละทีม แต่น่ารักเหมือนกันเลย)

เด็กจิ๋วมานั่งดูพี่ๆ ตีวอลเลย์สนุกสนานเลยค่ะ ชอบดูมาก บอกว่าสนุก (เด็กไม่เคยดูวอลเลย์มาก่อน)

ตอนนี้ทุกคนเริ่มกระจายตัวออกถ่ายรูปตามมุมต่างๆแล้ว ฝนหยุดแล้ว ถึงแม้ฟ้าไม่ใส แต่สีน้ำทะเลก็ยังสวย


ระหว่างแม่กับลูกนั่งดูกีฬากันเพลินๆ ปะป๊าก็รีบไปเก็บภาพตามมุมต่างๆ ก่อนที่ฝนจะเปลี่ยนใจตกลงมาอีก





จบจากเกมวอลเลย์ ไกด์น้องเอ็มมี่ก็มาแจ้งว่าช่วงบ่ายนี้กระแสน้ำไม่แรงนัก เราสามารถลงดำน้ำได้ เย้เย้
แม่คาดหวังไว้มากเลย เพราะได้ยินมาว่าแนวปะการังหน้าเกาะไม้ท่อน มีอะไรๆให้ดูเยอะ นึกว่าจะอดซะแล้ว
พูดถึงตัวปะการังเอง ก็ไม่ได้สีสันสวยงามเหมือนแถวอาดังราวีหลีเป๊ะ แต่ก็มีปลาสีสวยๆ เยอะเลยทีเดียว
ที่มีเยอะมากๆ คือหอยมือเสือ กอดอกไม้ทะเล ที่มีปลาการ์ตูนอยู่ก็มีอยู่ทั่วไป มีปลาการ์ตูนหลายๆพันธุ์

ระหว่างแม่ไปดำน้ำ ปะป๊ากับเด็กจิ๋วก็เดินเล่นถ่ายรูปกันไป
ปะป๊าบอกว่ายังมีฝนพรำๆลงมาบ้าง แต่แม่ไม่รู้เพราะอยู่ในทะเล






เคยเห็นรูปคนอื่นไปไม้ท่อน ถ่ายเรือแคนูสีสวยๆ กับร่มสีขาวแบบแดดจัดๆมา มันสวยมาก...
ของเราได้มาแบบนี้ ก็แปลกๆ สวยไปอีกแบบ แบบอึมครึมๆ อมยิ้ม20







ดำน้ำกลับขึ้นมาเสร็จ ก็มีโอ๋วเอ๋วหวานเย็นชื่นใจเสิร์ฟอีก ทริปนี้อิ่มหนำมากๆอ่ะค่ะ
คนที่มาตักโอ๋วเอ๋วเสิร์ฟ ก็เป็นน้องๆไกด์ที่เมื่อกี้พาไปดำน้ำกัน รวดเร็วมากเลย ขึ้นจากน้ำบริการขนมต่อ 
หม่ำขนมเสร็จแล้ว ยังมีเวลาเดินเล่นถ่ายรูปกันอีกพักนึง ก่อนกลับฝั่งค่ะ




ราวๆสามโมงกว่าเราก็ขึ้นเรือกลับฝั่งกันค่ะ
เสียดายจริงๆที่มาเจอฝนหนักที่นี่ ถ้ามีโอกาสคงได้มาซ่อมใหม่นะ ไม้ท่อน...




เช้าวันแรก เราไม่ค่อยได้ใช้เวลารื่นรมย์กับเอาหารเช้าที่นี่มากนัก เพราะเด็กจิ๋วไม่ยอมตื่น คร่อกฟี้
ป๊ากับแม่เลยต้องผลัดกันมากินข้าวเช้าแบบทำเวลา เพราะเราต้องรีบขับรถไปท่าเรือเพื่อไปเกาะไม้ท่อนกัน
เช้าที่สองปะป๊าถึงได้มีเวลามาค่อยๆเดินเก็บรูปห้อง Malika ยามเช้า



ก่อนไปดูอาหารเช้า มาดูห้องอาหาร Malika ตอนสว่างๆกันบ้าง สวยไม่แพ้ตอนกลางคืนค่ะ




อาหารเช้าที่นี่มีหลากหลายและอร่อยค่ะ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างค่ะ
ในถ้วยเล็กๆ จะคล้ายๆ Tuna Corn Salad ของ KFC ค่ะ อร่อยดี อีกอย่างที่ชอบคือ French Toast ค่ะ

อันนี้ชอบมากๆ กับข้าวไทยๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ

ของหวานหลากหลาย ทีแรกเล็งช็อคบอลไว้ แต่ตอนหลังอิ่มของคาวแล้วจะไปตัก มันหายไปหมดแล้ว
เค้าเปลี่ยนเป็นขนมอย่างอื่นแทน ผิดหวังมากๆ 

จานนี้ของปะป๊า กินเหมือนๆเดิม

เด็กจิ๋วเหมือนกัน กินนมกับ cereal ทุกครั้ง แถมข้าวต้มนิดหน่อย

ช็อคโกแลตเย็นกับกาแฟเย็น อร่อยชื่นใจค่ะ


อิ่มอาหารเช้าแล้ว เรามีนัดกับเจ้าหน้าที่ของ Kalima จะมาพาไปทัวร์รอบๆโรงแรมกันค่ะ
เริ่มด้วยห้อง Kids Club และ Fitness ที่อยู่ใกล้ๆสระว่ายน้ำส่วนกลาง



ห้องแบบแรกที่จะไปเยี่ยมชม เป็น One Bedroom Private Pool Villa ค่ะ ขอบอกว่าสวยงามน่าอยู่มากๆ
เข้ารั้ววิลล่าไป ก็เจอนี่เลยค่ะ สระว่ายน้ำ กับวิวงามๆของโค้งหาดป่าตองเบื้องหน้า ว้าว...

เด็กอยากลงเล่นน้ำมากๆ พยายามเอามือไปจุ่มๆ ตลอดเวลา

วิวจากส่วนห้องนั่งเล่น

สระว่ายน้ำของวิลล่านี้จะอยู่ล้อมรอบห้องนอน คือตรงตัวห้องนอนจะยื่นออกมา ขวาเป็นห้องนั่งเล่น ซ้ายเป็นห้องน้ำ
สระว่ายน้ำเชื่อมถึงกันหมด


อ่างอาบน้ำในส่วนของห้องน้ำก็อยู่ติดทางลงสระด้านนี้
ประมาณว่าเล่นน้ำสระเสร็จ ขึ้นมาแช่อ่างต่อได้เลย


ห้องแบบต่อมาเรียกว่า Duplex Private Pool Villa ซึ่งจะอยู่ชั้นบนตึกเดียวกับ Kids Club ตรงสระว่ายน้ำส่วนกลางเลยค่ะ
(ตรงที่มีกระจกกั้น)

ห้องแบบนี้จะมี 2 ชั้นค่ะ ชั้นล่างเป็นสระว่ายน้ำและห้องนั่งเล่น มีมุม Pantry เล็กๆ ให้ด้วย




ห้องนอนจะอยู่ชั้นบน นอนชมวิวงามๆได้ค่ะ
(ตรงส่วนสระว่ายน้ำด้านล่างจะไม่เห็นวิวอ่ะค่ะ เนื่องจากมีกระจกบัง เพื่อความเป็นส่วนตัว)

ห้องน้ำของห้อง type นี้อยู่ชั้นสองค่ะ กว้างมากๆ


วิวจากระเบียงห้องนี้จะได้วิวสระว่ายน้ำเป๊ะๆเลย

ห้องแบบต่อมาเรียกว่า Honeymoon Sea View
เราถามเจ้าหน้าที่ว่าห้อง Honeymoon ทำไมเซ็ทเป็นเตียงแยก น้องเค้าบอกว่ามีฝรั่งหลายคู่เลยที่ชอบให้เซ็ทเตียงแยกแบบนี้ค่ะ 




ห้อง Grand Deluxe Sea View จะคล้ายๆกับ Honeymoon Sea View แต่ต่างกันตรงที่เค้าจะเอาอ่างอาบน้ำมาไว้ในห้องนอนค่ะ
แช่อ่างไป ชมวิวไป 


แบบสุดท้ายที่ไปชมนะคะ คือ Deluxe Sea View เห็นวิวงามๆเหมือนกันค่ะ แต่ไม่มีอ่างอาบน้ำ


จบจากทัวร์โรงแรม เราก็ขับรถมาทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน กันเอง@Pier แถวๆอ่าวฉลอง
เราเคยมาทานร้านนี้กันครั้งนึงแล้ว ครั้งก่อนนั้นมากับอากงอาม่า ทริปที่ไปตาชัย และมาตอนกลางคืน มองไม่เห็นวิวอะไรเลย
คราวนี้มากลางวัน วิวงามเลย (แต่ฟ้าก็ยังหม่นอยู่ดี)
อาหารที่ทางร้านเตรียมไว้ให้เราชิมวันนี้ อร่อยมากๆค่ะ


เริ่มด้วยเบือทอดกับกุ้ง จานนี้เคยกินแล้วเมื่อคราวก่อน คือมีคนบอกว่ามันคือหญ้าช้อง เอามาทอดเป็นแพๆ ค่ะ กรอบอร่อยดี

ใบเหลียงผัดไข่ที่นี่ก็อร่อยเหมือนกัน ใบไม่แข็งเหมือนร้านที่กรุงเทพ

อีกเมนูแนะนำที่ทางร้านจัดมาคือ ปลามงเผาค่ะ
ไม่เคยกินปลามงมาก่อน อร่อยมากๆ ค่ะ มาตัวใหญ่ๆเลย

เมนูอื่นๆ ก็มีกุ้งอบเกลือตัวใหญ่ อ้วนสด หวานอร่อย โป๊ะแตกทะเล และข้าวผัดไข่หอมๆ ค่ะ
อาหารเยอะมากจริงๆ อิ่มจุกกันเลย เสร็จแล้วรีบกลับโรงแรม ไปเล่นน้ำกันอีกรอบค่ะ



เนื่องจากเราจองไฟล์ทกลับกรุงเทพเป็นไฟล์ทค่ำๆ เราเลยมีเวลากลับมาที่ Kalima มาเล่นน้ำกันอีกรอบ
วันนี้เป็นวันที่สามที่มาที่นี่ เพิ่งมีโอกาสลงสระส่วนกลาง

ซึ่งทีแรกมองลงมาจากมุมสูง รู้สึกว่าค่อนข้างเล็ก แต่พอลงมาจริงๆ ไม่เล็กเลย ด้านหน้าที่ติดทะเลกว้างใหญ่มากๆ




เราสั่งเครื่องดื่มจาก Trio’s Pool Bar มาดื่มกันด้วย จำชื่อไม่ได้แล้วว่าชื่ออะไร แต่รสชาติจะคล้ายๆ Mojito อร่อยมากๆ

อันนี้คือ Trio’s Pool Bar บริการเครื่องดื่มอร่อยๆ กันในน้ำเลย

เล่นน้ำกันจนบ่ายๆ ได้เวลาเก็บของกลับบ้านกันแล้ว
ก่อนกลับปะป๊าวิ่งไปเก็บแสงเย็นที่ระเบียงของห้องอาหาร Malika เพราะวันนี้เป็นเย็นแรกที่ไม่มีฝน ตลอดช่วง 3 วันที่อยู่ที่นี่
ได้มาแค่นี้ พระอาทิตย์ยังไม่ลงเท่าไหร่ ก็ต้องรีบไปสนามบินแล้ว
จาก Kalima ไปสนามบินใช้เวลาพอสมควรค่ะ เกือบๆ 1 ชั่วโมงเลย ภูเก็ตรถติดเหมือนกันนะคะ

เด็กจิ๋วต้องบ้าย บายไปก่อนนะคะ
เจอกันใหม่รีวิวหน้า ตั้งใจว่าจะพาไปเที่ยวสามพันโบก อีกทริปที่เราประทับใจมากๆค่ะ
ขอบคุณที่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนกันนะคะ 

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ4 พฤศจิกายน 2559 18:00

    รบกวนบอกได้ไม๊ค่ะว่าห้องที่คุณพักเบอร์ห้องอะไร รู้สึกว่าจะกว้างกว่าห้องอื่น คืออยากได้วิวขอบนั้นพอดีค่ะ จะได้รีเควสพนักงานไป ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

    ตอบลบ