เด็กจิ๋ว Chill Out @ จามจุรี วิลล่า เกาะเต่า
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อาจไม่ค่อยได้เห็นหน้าเด็กจิ๋วมารีวิวนะคะ เพราะแม่ไม่ค่อยว่าง มัวยุ่งอยู่กับการทำฟาร์มค่ะ
วันนี้ได้ฤกษ์กลับมารีวิว ลองของ Pantip โฉมใหม่เป็นครั้งแรกเลยค่ะ
ครั้งนี้ได้ไปเกาะเต่า เพราะเราอุตส่าห์ไปต่อแถวตั้งแต่ห้างเปิดเพื่อแลกที่พักจากงาน Redeem Travel Fair
เราได้ที่พักมา 2 แห่งเพราะป๊ากับแม่ใช้คนละสิทธิ์ เสียไปคนละ 100 บาท + 1,000 คะแนนจากบัตรเครดิตที่มาร่วมงาน
ที่พักที่ได้มาก็คือ จามจุรีวิลล่า เกาะเต่า 3 วัน 2 คืน และ Renaissance ภูเก็ต 1 คืน
เราดีใจมากที่เลือก Voucher จามจุรีวิลล่า เพราะทำให้เราได้ร็จักเกาะเต่าดีขึ้นมากๆ
เราพบว่าทะเลเกาะเต่าสวยมากๆ ได้แต่สงสัยว่าทำไมเราที่เป็นคนไทยถึงไม่รู้มาก่อนว่าทะเลเกาะเต่าสวยขนาด นี้ ขนาดฝรั่งยังมากันให้เต็มเกาะไปหมด
เราพบว่าเจ้าหน้าที่จามจุรีวิลล่าน่ารักมากๆ เริ่มตั้งแต่จองที่พัก จนการบริการที่ได้รับ ซึ่งเราคาดไม่ถึงว่าจะได้รับจาก Voucher ที่เรียกได้ว่าเกือบจะฟรีแบบนี้
เดี๋ยวเด็กจิ๋วจะพาไปดูนะคะว่าทะเล เกาะเต่า เมืองไทยของเราสวยขนาดไหน ตามมาเลยค่ะ
ทำให้เราจองที่พักแล้ว ก็ย้ายวันไป ย้ายวันมา กลับไปมาหลายรอบอยู่ แถมยังเลือกบ้านหลังที่จะพักแล้ว ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่หลายรอบ
จนเกรงใจน้อง Reservation ที่จามจุรีมากๆ แต่น้องเค้าก็บริการเราดีมาก ช่วยเลือกว่าบ้านหลังไหนเหมาะกับเรา หลังไหนวิวดี สารพัด น้องน่ารักมากค่ะ
การเดินทางของเราก็เริ่มจากขับรถออกจากกรุงเทพแต่เช้าตรู่ ไปลงเรือเร็วลมพระยารอบบ่ายโมง
เราซื้อตั๋วล่วงหน้าไปจากสำนักงานเรือเร็วลมพระยาที่ถนนข้าวสารค่ะ ส่วนรถเราจอดไว้ที่ท่าเรือ เสียค่าฝากรถคืนละ 50 บาท
พอขึ้นเรือ เด็กจิ๋วก็เจอเพื่อนใหม่เลยค่ะ สนุกเลยคราวนี้ ไปวิ่งเล่นกับเค้า แล้วไปเนียนไปนั่งรวมกับบ้านเค้า กินขนม กินกล้วยเค้าด้วย
ทางจามจุรีส่งรถมารับเราที่ท่าเรือ นั่งรถแป๊บเดียวก็มาถึงรีสอร์ท มีน้ำส้ม และผ้าเย็นเอาไว้ต้อนรับค่ะ
ทางเดินไปห้องก็ไกลพอควร แถมขึ้นๆลงๆอีกต่างหาก เพราะเหมือนว่ารีสอร์ทนี้อยู่บนโขดหิน ทางเดินจะทำลัดเลาะไปตามพื้นที่ กว่าจะเดินมาถึงห้องก็ประมาณ 15 นาทีได้ พอมาถึงแล้ว เราตั้งใจว่าจะอยู่กันแถวห้องพักนี้แหล่ะ คงไม่กลับออกไปล้อบบี้อีกแล้ว
รูปนี้เป็นทางเดินช่วงนึงค่ะ
เป็นห้องที่น้อง Reservation แนะนำว่าวิวดี ซึ่งวิวก็งามจริงค่ะ
แต่ก่อนเข้าห้องต้องปีนบันไดกันเล็กน้อย
เพราะตรงหน้าระเบียงจะเป็นทางเดินหลักระหว่างอ่าวจันทร์สมกับห้องอาหาร
จะมีพนักงานและแขกที่พักเดินไปมาทั้งวัน ซึ่งข้อนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับบ้านเรา บ้านเราชอบพลุกพล่านดีกว่าเงียบๆ
แต่สิ่งสำคัญที่เราตัดสินใจไม่พักห้อง 35A เพราะไม่ชอบงาช้างในห้องอ่ะค่ะ แถมยังมีรูปปั้นแบบพวกของ antique แนวพม่าๆ มาเรียงๆอีก คาดว่าจะนอนกันไม่ได้แน่ๆ ฉะนั้นจึงไม่ upgrade ไม่เสียเงินเพิ่มด้วย
แต่ค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อย เพราะทรายที่นี่เม็ดใหญ่เป้งมาก หยาบไปหน่อย เด็กจิ๋วบ่นใหญ่ว่ามันแข็ง ไม่นุ่ม
เดินมาไม่ไกลจากห้องเรา
มองไปมองมาวันนี้มีแขกอยู่ประมาณ 5 โต๊ะเอง
บอกว่าถ้าข้าวหนูยังไม่มา จะกินก้อนหินพวกนี้ให้หมดเลย โชคดีข้าวมาซะก่อน เลยไม่ได้กินก้อนหิน
ถึงตอนนี้ก็ยังงงๆอยู่ว่าส่วนไหนเป็นชบา ส่วนไหนเป็น Starlight
ที่แน่ๆคือส่วน outdoor เป็น Starlight ในอาคารไม่แน่ใจค่ะ
รูปนี้เป็นระเบียงตรงทางเข้าห้องเรา
ห้องพักที่จามจุรีแต่ละห้องจะมี layout ที่แตกต่างกัน เข้าใจว่าคนสร้างห้องพัก ตั้งใจสร้างโดยอิงพื้นที่เดิม บางที่เป็นก้อนหิน บางที่เป็นต้นไม้ ก็จะพยายามสร้างบ้านโดยไม่ทำลายธรรมชาติเดิมๆ
สังเกตุว่าหลังคาบ้านจะเป็นวัสดุธรรมชาติอาจมีรูมีช่องบ้าง ซึ่งอันนี้วันที่สองเราโดนธรรมชาติทำร้าย มีตุ๊กแกบุกเข้ามาในห้องส้วม ประจันหน้าจังๆกับแม่เลย รีบวิ่งกรี๊ดหนีออกมาแทบไม่ทัน ต้องตามเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทมาช่วยจับออกไป แต่ออกไปได้ไม่นาน มันก็กลับเข้ามาอีก เพราะบริเวณห้องน้ำเป็นระบบเปิด พนักงานบอกว่าจะเจออยู่เรื่อยๆ บางทีก็เจอหนูเข้ามาด้วย
รูปนี้เป็นบริเวณหน้าห้อง 44
อยากนอนบ้านหลังนี้
ให้น้องที่ front ติดต่อเช่ารถให้ เตรียมข้าวของเสร็จก็เดินไปขึ้นรถที่ล้อบบี้
รถที่มารับเป็นรถกระบะ 4x4 เพราะถนนหนทางบนเกาะเต่าบางช่วง ต้องเป็นรถ 4x4 ถึงจะไปได้ค่ะ
จุดแรกที่ไปแวะคือ อ่าวโตนด เป็นชายหาดด้านตะวันออกของเกาะซึ่งค่อนข้างเงียบมากๆ มีฝรั่งมาเล่นน้ำบ้างเล็กน้อย
น้ำทะเลสีสวยมาก แต่ทรายก็เม็ดใหญ่ๆ เหมือนแถวๆรีสอร์ทเราเลย
แม่กับเด็กจิ๋วเลยขออาศัยร่มเงาของร้านนี้หลบแดดอันแรงกล้าค่ะ ไม่งั้นมีหวังหน้ามืดแน่นอน ร้อนดีจริงๆ
ที่นี่คือ อ่าวลึก
ไม่นึกว่าเกาะเต่าจะมีหาดมีน้ำทะเลที่สวยมากขนาดนี้ ประทับใจที่นี่มากมายค่ะ
เป็นร้านอาหารที่วิวดีเป็นเลิศจริงๆ เราสั่งน้ำปั่นไป 2-3 แก้ว แต่นั่งเค้านานมากๆ
นั่งมองวิวก็เพลินไปได้นานเลยค่ะ อยู่ในร่มไม่โดนแดด ลมเย็นนั่งสบายมากๆ ไม่อยากลุกออกไปเลย
นั่งกันนานจนพี่คนขับต้องมาตามให้ไปต่อได้แล้ว
ฝรั่งอยู่ไกลคนละซีกโลกยังดั้นด้นมาเที่ยวกันให้เต็มเกาะไปหมดเลย
เพราะคราวที่แล้วปะป๊ามัวแต่ดำน้ำรอบเกาะ ไม่ได้เที่ยวหาด เลยไม่เห็นมุมมองจาหาดออกไปทะเลแบบนี้เลย
แม่เคยหาข้อมูลจากที่ไหนซักแห่งนานมาแล้วว่าร้านนี้วิวสวย
ร้านนี้อยู่บนเขา มองลงไปเห็นหาดเทียนออก สวยจริงๆด้วย
แต่ที่นั่ง outdoor ที่เห็นร้อนระอุไปหน่อยเราขอนั่งใต้หลังคาละกัน
เราไปเป็นโต๊ะแรก นั่งในร่ม อีกซักพักมีฝรั่งมาหลายโต๊ะ นั่งตากแดดกันหมดเลย
อาหารที่นี่อร่อยเลยทีเดียว ถูกปากบ้านเรามากๆ
ช่วงบ่ายน้ำเริ่มขึ้นแล้ว จุดนี้ก็แวะไม่นาน เพราะไม่มีที่นั่ง และไม่ค่อยมีจุดให้ถ่ายรูปมากนัก
ทีแรกพี่คนขับปล่อยเราลง แล้วบอกให้เดินเที่ยวเลาะๆชายหาดไป แล้วจะไปรับอีกจุดนึงของหาด
เอ่อ..พี่คะ น้ำขึ้นอ่ะค่ะ ไม่สามารถเดินไปได้ เพราะน้ำขึ้นมาเหลือหาดอยู่จิ๊ดเดียว
แถมหาดจิ๊ดๆนั่นยังมีฝรั่งนอนเรียงรายตลอดแนว ถ้าให้เดินเลาะหาดไป คงต้องข้ามๆหัวฝรั่งไปแน่
เราเลยรีบโทรเรียกพี่คนขับมารับจุดเดิม กลับรีสอร์ทดีกว่า
ข้อมูลที่ได้มาคือสามารถเดินไปได้จากที่พักเราสบายๆ เดี๋ยวไปดูกันว่าสบายจริงเปล่า
ก่อนถึงหาดทรายนวลจะต้องเดินผ่านอีกรีสอร์ทนึง คือ Bamboo Hut
ซึ่งเจ้าของก็เป็นเครือญาติกันกับเจ้าของจามจุรีวิลล่าที่เราพัก
ที่ Bamboo Hut นี่ไม่มีชายหาด แต่น้ำทะเลหน้ารีสอร์ทนี้สวยเวอร์ สวยมากจริงๆ
เราเคยเห็นรีวิวห้องนี้มาจากใน BP แล้วจากคุณ MedicinePath จำได้แม่นว่าสวยมากๆ เลยไม่ลังเลที่จะเข้าไปดู เดี๋ยวพักหายเหนื่อยแล้วไปกัน
เพราะแดดที่ร้อนมากๆ ทำให้รู้สึกว่าไกลจัง เมื่อไหร่จะถึง แต่ยังไงก็หอบหิ้วกันจนมาถึงจนได้
ที่หาดทรายนวลมีฝรั่งอยู่เยอะ (ความจริงทุกหาดก็เจอฝรั่งทั้งนั้น) มีบ้านพักน่ารักๆ อยู่เยอะเหมือนกัน
เจ้าหน้าที่บอกว่าสามารถโทรให้รถมารับจากจุดนี้ไปจามจุรีได้
เราก็โทรสิคะ ไม่รอช้า รอรถค่ะ รอรถ
เราประทับใจกับทริปนี้มากๆ อาจจะเป็นเพราะเป็นทริปค่อนข้างกะทันหัน ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก่อน
แต่กลับได้มาเจอวิวสวยๆของเกาะเต่า และการบริการที่ดีของน้องๆที่จามจุรี ทำให้ประทับใจทริปนี้มากๆ
เด็กจิ๋วต้องบ้าย บายไปก่อนนะคะ เอาไว้เจอกันใหม่ทริปหน้าที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นที่ไหน
มีในสต๊อคเยอะมาก จนไม่รู้จะรีวิวอันไหนก่อนดีค่ะ ตอนนี้จะพยายามทยอยมาลงเรื่อยๆนะคะ อย่าเพิ่งลืมเด็กจิ๋วกันนะคะ