เด็กจิ๋ว Chill Out @ เชียงราย ตอนชิมชา ชมทะเลหมอก ดูดอกไม้งาม
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อากาศบ้านเราร้อนสุดๆไปเลยนะคะ
เด็กจิ๋วเลยจะมาพาย้อนอดีตไปรำลึกถึงอากาศเย็นๆที่เชียงราย ที่ไปเที่ยวมาเมื่อสิ้นปีที่แล้วค่ะ
เชียงรายรอบนี้เป็นรอบสองของเด็กจิ๋วค่ะ ไปคราวนี้ตั้งใจไปเที่ยวไร่ชาฉุยฟง ตามรอยละครหลายๆเรื่องที่ไปถ่ายทำที่นั่น
และอีกจุดประสงค์คือ งานดอกไม้ที่เชียงราย ที่แม่เคยดูรีวิวใน BP แล้วคิดว่าเป็นไคเคนฮอฟเมืองไทย ทำให้อยากไปมากๆเลย
พร้อมแล้วเรามาย้อนอดีตสัมผัสอากาศหนาวเย็นของเชียงรายยามสิ้นปีกันค่ะ
เด็กจิ๋วเลยจะมาพาย้อนอดีตไปรำลึกถึงอากาศเย็นๆที่เชียงราย ที่ไปเที่ยวมาเมื่อสิ้นปีที่แล้วค่ะ
เชียงรายรอบนี้เป็นรอบสองของเด็กจิ๋วค่ะ ไปคราวนี้ตั้งใจไปเที่ยวไร่ชาฉุยฟง ตามรอยละครหลายๆเรื่องที่ไปถ่ายทำที่นั่น
และอีกจุดประสงค์คือ งานดอกไม้ที่เชียงราย ที่แม่เคยดูรีวิวใน BP แล้วคิดว่าเป็นไคเคนฮอฟเมืองไทย ทำให้อยากไปมากๆเลย
พร้อมแล้วเรามาย้อนอดีตสัมผัสอากาศหนาวเย็นของเชียงรายยามสิ้นปีกันค่ะ
เหตุเพราะได้ดูละคร ที่นางเอกเป็นเจ้าของไร่ชาที่สวยงามแห่งหนึ่ง จะด้วยมุมกล้องหรืออะไรก็ตาม ทำให้หลงรักไร่ชาแห่งนี้มากมาย
พยายามสืบเสาะค้นหาว่าเค้าไปถ่ายทำกันที่ไร่ไหน อยู่ตรงไหนของประเทศ แล้วก็ได้รู้ว่าที่นั่นคือ ไร่ชาฉุยฟง บ้านพญาไพร เชียงรายนี่เอง
ขอบคุณภาพจาก thaitv3.com ค่ะ
(ตอนนี้ทราบว่ามีละครที่ยังออกอากาศอยู่ เรื่องมัจจุราชสีน้ำผึ้ง ที่เคนธีรเดชเล่น ก็ถ่ายที่นี่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ดูเรื่องนี้ค่ะ)
คราวนี้เรากะช่วงเวลาให้ไปตอนงานดอกไม้บานของเชียงรายพอดี จะได้ไปชมทิวลิปบานที่ไคเคนฮอฟเมืองไทยด้วยเลย
ทริปนี้ปะป๊าขับรถไปเองอีกแล้ว ทั้งๆที่แม่พยายามเกลี้ยกล่อมให้นั่งเครื่องบินมาตลอดหลายเดือนก่อนการเดินทาง แต่ไม่เป็นผล
เราออกจากกรุงเทพตอนตี 4 เด็กจิ๋วก็ตื่นมาด้วย นั่งดู concert พี่เบิร์ดบ้างหลับบ้าง ไปถึงเชียงรายเที่ยงพอดี
เราแวะกินกลางวันกันที่ร้านหลู้ลำ ร้านเดิมที่เคยมากินกันคราวก่อน
ระยะทางจากเมืองเชียงรายก็ราว 60 กม. แต่ใช้เวลาขับค่อนข้างนาน เพราะเป็นเขา และบางช่วงก็แคบมากๆ
เราไปถึงไร่ชาฉุยฟง บ้านพญาไพรกันประมาณ 4 โมงเย็น
ใช่เลย...แบบนี้ะ ที่อยากเห็น ไร่ชาม่วนใจ๋ (ชื่อไร่ในละคร) จริงๆด้วย
แต่เอ...ไหนบ้านพักละเนี่ย เรามาถูกที่มั้ยนะ ไม่เห็นมีบ้านพัก ไม่มีเจ้าหน้าที่อะไรเลย เงียบมากๆ
ลองเดินลงไปถามคนที่โรงงานชา เค้าก็เลยช่วยเรียกแม่บ้านมาให้ ปรากฎว่ามาถูกที่แล้ว เราจะพักกันที่นี่ะ
แต่ตอนนี้ทำเป็นห้องพัก มีอยู่ 3 ห้อง ตอนแรกทางแม่บ้านจัดห้องบนบ้านไม้นี้ไว้ให้เรา แต่พอเราไปสำรวจแล้วต้องขอย้ายโดยด่วน
ขอไปนอนห้องที่เราเคยเห็นใน web ดีกว่า ห้องนั้นน่าจะหลับได้สบายกว่าสำหรับคนชอบจินตนาการโน่นนี่อย่างปะป๊า
ห้องที่ขอย้ายไป จะอยู่ชั้นล่างของโรงงานใบชา อยู่ข้างๆ ที่จอดรถ ต้องเดินลงบันไดไปหน่อย
ห้องใหม่ดูจะคับแคบกว่าห้องบนบ้านใหญ่ แต่ดูโปร่งๆ กว่า และมีห้องน้ำในตัว ไม่ต้องออกมานอกห้องเหมือนบนบ้านใหญ่
ตรงนี้เป็นทางเข้าห้องพักใต้อาคารโรงงานใบชา
ห้องก็จะแบบเล็กๆ แต่ก็สะอาดดี พื้นเป็นกระเบื้อง ตอนกลางคืนเย็นมากๆ ดีที่เอาถุงเท้าไปกันทุกคน
เพราะทิศนี้เห็นไร่ชาไม่สวย จุดที่เห็นสวยๆ จะต้องย้อนไปตามทางที่รถวิ่งเข้ามา
ท้องฟ้าหน้าหนาวใสดี มีแดด แต่ก็ไม่ร้อน เพราะอากาศเย็นสบาย
อีกที่ที่สวยไม่แพ้กัน คือที่แม่จัน (600 ไร่) ซึ่งอยู่ใกล้กันกับ Katiliya ที่เราจะไปพักในวันต่อไปมากๆ เดี๋ยวจะได้พาไปชมกันค่ะ
ส่วนที่สาม จะมีแค่ 50 ไร่ ที่บ้านสันนายาว อันนี้ไม่มีข้อมูลค่ะว่าเป็นยังไง เพราะไม่ได้ไปค่ะ
ราคาที่พักที่เราจ่ายไป 1,500 บาท เป็นราคาต่อสองคน รวมอาหารเช้า และเย็นไว้แล้ว
แต่แม่กับเด็กจิ๋วก็ชอบ เด็กจิ๋วกินข้าวกับปลานี่ไปเยอะเลยที่เดียว
มีผัดผักสดๆ ขาหมูที่แม่ไม่กิน (ปะป๊าว่าไม่ค่อยโดน ไม่ถูกปาก) และผัดเห็ดที่ปะป๊าบอกว่าอร่อยมาก
ทีแรกเกือบได้ดินเนอร์กลางแสงเทียนซะแล้ว เพราะว่าไฟดับทั้งหมู่บ้านเลย แต่ดับได้พักนึงไฟก็มา
เหตุผลที่ต้องมานอนที่ไร่ชา ไม่แค่มาเที่ยวแบบ day trip ก็เพราะอยากมาเห็นแสงสวยๆ ยามเช้า กับสายหมอกเรี่ยๆ ไร่ชาแบบนี้
มีเยอะเลยทีเดียว กองถ่ายรายการจากต่างประเทศก็มี คุณตันโออิชิ กับคุณโน้สอุดมก็เคยมา (ไม่รู้ชาคุณตัน ซื้อใบชาจากไร่นี้ด้วยรึเปล่า)
บางส่วนสีเขียวอ่อน ดูสดใสและสวยกว่า ก็เป็นอีกพันธุ์ที่เค้าก็บอกชื่อมานะคะ แต่เป็นภาษาจีน ฟังยากมาก เลยไม่ได้รู้กันว่าพันธุ์อะไรกันแน่ค่ะ
จากจุดนี้มองขึ้นไปเห็นโรงงานชาหรือบ้านพักที่เรานอนนั่นเอง
อาหารเช้าวันนี้เด็ดมากๆ นั่งเขียนอยู่นี่ก็ยังอยากจะกลับไปกินอีกเลยค่ะ
ตอนที่แม่บ้านยกมาเสิร์ฟ เราคิดว่าคงกินไม่ได้แน่ๆ เพราะสีของบะหมี่ดูเผ็ดๆ เหมือนใส่พริกเผาอะไรซักอย่าง
แต่ผิดคาด เราไม่รู้ว่าซอสที่ราดมาคืออะไร แต่มันมีส่วนผสมของหมูสับ ซึ่งเป็นบะหมี่ที่อร่อยมาก
เด็กจิ๋วกินไปเยอะเลย บะหมี่กินกับหมูย่าง แล้วก็ข้าวเกรียบถั่วเข้ากันได้ดี อร่อยสุดๆไปเลย อยากกินอีกนะเนี่ย
แล้วเช้านี้ได้ชิมชาที่ชงร้อนๆ หอมมากๆค่ะ ดื่มแล้วสดชื่นจริงๆ
สรุปคืนแรกที่ไร่ชาฉุยฟง ดอยพญาไพร:
บ้านเราชอบที่นี่กันมากๆ อากาศดี ไร่ชาสวย อาหารอร่อย (บะหมี่กับข้าวเกรียบถั่ว โดนมากๆ) แม่บ้านน่ารัก ดูแลเราดีมากๆ
ข้อเสียที่มีคงเป็นเรื่องระยะทางที่ไกลจากเมืองพอสมควร และเป็นทางเขาที่บางช่วงแคบจนไม่สามารถสวนกันได้ (แต่ก็ไม่มีรถสวนมาเลยสักคัน)
ไร่ที่นี่ไม่มีห้องพัก แต่มีร้านชาน่ารักๆ ให้นั่งจิบเครื่องดื่มประเภทชาต่างๆ รวมทั้งขนม และของทานเล่นอร่อยๆ
นั่งดื่มชาเขียวเย็น ชมวิวไร่ชา ฟินมากๆค่ะ บางวันเค้าจะมีเมนูข้าวเกรียบถั่วด้วย (ถ้ามีก๋วยเตี๋ยวด้วยคงดี)
อันนี้เห็นจากใน FB เค้าที่ admin ขยันมา post รูปเมนูต่างๆ ยั่วยวนให้กลับไปหาเค้าอีกค่ะ ซึ่งก็ได้ผลนะคะ
เพราะรู้สึกอยากกลับไปที่นี่อีกค่ะ ถ้าได้ไปเชียงรายก็อยากจะแวะไปอีกค่ะ https://www.facebook.com/ChouiFongTea
เป็นอันรู้ว่าหมดรอบ เค้าก็จะรีบเดินกลับกันมาที่สถานีชั่งใบชา (เราตั้งชื่อให้เอง) เพื่อเอาใบชามาชั่งน้ำหนัก
ความจริงปะป๊าเดินไปถ่ายรูปคนเก็บชาคนเดียวนะคะ เค้าเก็บกันอยู่ไกลลิบๆ แม่กับเด็กจิ๋วไปไม่ไหว รออยู่ในรถ
ถึงแม้อากาศจะไม่ร้อน แต่แดดก็แรงกล้าค่ะ สองแม่ลูกเลยนั่งดูคอนเสิร์ตพี่เบิร์ดกันในรถค่ะ
(ทริปนี้ดูแต่คอนพี่เบิร์ด เพราะเด็กจิ๋วกำลังฮิตค่ะ บอกว่าพี่เบิร์ดร้องเพลงเพราะที่สุดในโลก
แม่ได้มีโอกาสชิมชาเขียวหอมอร่อยด้วย แต่ปะป๊าไม่ได้เก็บรูปมาฝากค่ะ
คือที่ Katiliya Mountain Resort & Spa ซึ่งงจากที่ไร่ชานี่แค่ 5 กิโลเท่านั้นเองค่ะ
โดยเฉพาะรีวิวครอบครัวน่ารักๆ ของคุณ shoppingrome และรีวิวขั้นเทพของ อ.ชานไม้ชายเขาค่ะ
(เดี๋ยวสิ้นปีจะตามรอยคุณ Shoppingrome ไปปาย ปางอุ๋ง อีกนะคะ)
เจ้าหน้าที่ที่มาขายน่ารักมากค่ะ แนะนำเราว่าห้องต่างๆเป็นยังไง อยู่ทิศไหน
เราเองก็ถามมากเหลือเกิน เพราะอยากได้ห้องที่วิวสวยๆ และเดินไม่ไกล สะกับเด็กจิ๋วหน่อย
ในที่สุดก็เลือกได้ห้อง Signature Suite ทิศตะวันออก เพราะเราอยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ระเบียงห้องเลย
แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆค่ะ ที่เลือกห้องนี้
ความจริงตอนซื้อ Voucher เราซื้อเป็นห้อง Superior Suite แต่ปะป๊าต่อราคาเก่งมาก
น้องเซลล์ลดเปอร์เซ็นต์ให้แล้วยังได้ Upgrade เป็นห้อง Signature ด้วย
ทีแรกปะป๊าบอกว่าห้องที่นี่ราคาแพงไป จะไม่มาพัก (เราไปพักหน้า High ราคาแรงอยู่เหมือนกัน)
ลำบากแม่ต้องหารีวิวมา Built และเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ถึงได้มาพักที่นี่
ตรงนี้เป็นสระใหญ่ เดินมาจาก Lobby จะถึงก่อนเลย
ห้องอาหารจะอยู่ชั้นล่างของ Lobby
ไม่สามารถนั่งตรงระเบียงได้ ต้องแอบเข้าไปข้างในก่อน เดี๋ยวค่อยย้ายออกมา
พิซซ่าอร่อยจริง แต่ต้องตอนร้อนๆ (ตอนหลังปะป๊ามัวไปถ่ายรูป พิซซ่าเย็นหมด เอาไปอุ่นซ้ำ คราวนี้เจ๊งเลย)
ทิ้งปะป๊าไว้จัดการกับอาหารคนเดียว
(แม่เคยบ่นว่าปะป๊ามาเที่ยว ทำไมไม่พักผ่อนบ้าง เดินถ่ายรูปจริงจังตรากตรำเหมือนมาทำงาน
ปะป๊าตอบว่า อ่าว...ก็เนี่ยพักผ่อนของปะป๊า ได้ถ่ายรูปก็มีความสุขแล้ว ตั้งแต่นั้นก็...อะนะ...ปล่อยไป)
ข้าวของมีการเคลื่อนย้ายผิดที่ผิดทาง (เดาเอาเองจากที่เห็น)
(ปกติถ้าต้องออกจากห้องไป จะไม่สามารถทำได้ เพราะต้องเฝ้าเด็กจิ่วที่ยังไม่ตื่น)
แม่ชอบที่นี่มากๆ ร่ำๆกับปะป๊าว่าอยากกลับไปอีก แล้วก็อยากจะไปไร่ชาฉุยฟงอีก
ปะป๊าก็งงๆกับแม่นะ เพิ่งไปมาจะไปทำไมอีก ก็มันสวยนี่นา อยากกลับไปอีกอ่า...
(แต่ในที่สุดเหตุผลก็ชนะอารมณ์ ปลายปีนี้เราจะไปปาย ปางอุ๋ง อ่างขางกันค่ะ)
ตรงจุดที่เห็นต้นไม้ปลูกเรียงๆกันคือไร่ชา
ความจริงทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เราออกไปเที่ยวไร่ชากันอีกรอบนะคะ เพราะปะป๊าบอกว่าแสงเช้าจะสวยกว่าแสงแข็งๆของบ่าย
ฉะนั้นรูปไร่ชาที่เห็นเป็นของสองวันเอามารวมกันนะคะ
ตรงนี้เป็นด้านท้ายของรีสอร์ท เป็นเหมือนร้านกาแฟ ที่ตอนนี้ปิดบริการอยู่
เราซื้อของกันจนเย็น แล้วถึงเข้าที่พักที่ต่อไปที่ Mantrini ในเมืองเชียงราย
ตอนเราขับมาเชียงรายวันแรก ก็มองเห็นโรงแรมนี้อยู่แล้ว เพราะอยู่ริมถนนใหญ่ (พหลโยธิน) ติดกับห้างเซ็นทรัลเชียงรายเลย
ห้องอาหารขนาดเล็ก ตกแต่งน่ารักๆ อยู่ติดกับ Lobby
อาหารมื้อนี้ได้รับอภินันทนาการจากทางโรงแรม เพราะเหตุว่า...
ต้องเท้าความซักหน่อยว่าทีแรกมีหลังไมค์มาเชิญให้ไปพักที่นี่สองคืน เพื่อทำรีวิว
แต่แม่ก็ปฏิเสธไป เพราะหลายเหตุผลด้วยกัน คือเรามีเวลาพักที่นี่เพียงน้อยนิด คงไม่เหมาะที่จะทำรีวิวแบบเต็มๆ
และเราอยากไปพักแบบสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่า เราจะทำงาน (รีวิว) สมกับที่เค้าคาดหวังมั้ย
ทางน้องที่มันตรินี่ก็เข้าใจ คิดราคาห้องพักลดพิเศษมาให้ แถมตอนไปถึงก็ให้ complimentary อาหารค่ำด้วย
ด้วยที่ตั้งที่หาง่ายและติดห้างใหญ่อย่าง Central และอยู่งจากใจกลางเมืองไม่ไกล
สีสันสดใส น่ารักดีค่ะ
เด็กจิ๋วเลยไม่มีโอกาสได้เล่นน้ำที่นี่เลย
ตกแต่งด้วยสีสว่างๆ อยู่สบายค่ะ ยกเว้นว่าเตียงจะเป็น Queen Size สามคนพ่อแม่ลูกเลยเบียดกันไปหน่อย
ปะป๊าโดนเด็กจิ๋วเข่าลอย+จระเข้ฟาดหางไปหลายดอกเลยค่ะ
(ของเล่นใหม่ ได้มาจากแม่สายสดๆร้อนๆ)
เราเลยขอทางน้องเจ้าหน้าที่เข้าไปชมซะหน่อยค่ะ น้องเจ้าหน้าที่บอกว่าห้อง Suite จะมี 2 ห้อง ออกแบบแตกต่างกันสิ้นเชิง
เรามาดูห้องที่พี่ดุ๊กออกแบบก่อนค่ะ
พอเข้าไปห้องนี้ก็ อืม..เป็นสไตล์ที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่รู้เค้าเรียกว่าสุดขั้วรึเปล่า ไม่ค่อยรู้เรื่องงานดีไซน์ค่ะ
แต่ไม่ใช่แนวเราเลยค่ะ ถ้าให้นอนห้องนี้ก็อาจจะต้องคิดหนัก
(ความจริงมีม้าโยกหน้าตาชวนจินตนาการแขวนอยู่ 1 ตัวด้วย นั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราไม่ like ห้องนี้)
ทั้งสองห้องอยู่ชั้นบนของอาคารนะคะ
ห้องอาหารเช้าจะอยู่ชั้นบนของ Lobby จัดเป็นบุฟเฟต์ อาหารหลากหลายและอร่อยมาก
ที่ชอบมากคือ มีเตาอบขนมขนาดเล็กแบบที่เราใช้ที่บ้านตั้งไว้ให้ด้วย
ที่เราเคยเจอมาหลายๆที่คือ รร จะมีครัวซองให้ แต่นิ่ม หรือไม่ก็แข็งจนกินไม่อร่อยเลย
อันนี้เอาไว้อุ่นครัวซองให้กรอบ อร่อย เริ่ดมาก
ตอนขับรถมานี่งุนงงพอสมควรว่างานอยู่ตรงไหน และต้องจอดรถตรงไหน
มีป้ายบอกทางเยอะมาก แต่บอกไปหลายทางมาก เดาว่าคงเข้าได้หลายทาง และมีหลายลานจอดรถ
กว่าจะเข้าจอดรถได้ก็ขับวนไปมา มึนกันเลยทีเดียว
แต่ยัง แม่ยังไม่ฟิน ที่ตั้งใจมาดูคือดงทิวลิปบานสะพรั่ง
ถามน้องเจ้าหน้าที่ บอกว่าสวนทิวลิปอยู่ด้านในค่ะ
เดินไปเรื่อยๆ ก็แวะถ่ายกับดอกไม้ไปเรื่อย
อึ้งค่ะ!!! ช็อคด้วย ... เสียใจด้วย ...
เพราะดงทิวลิปที่เราอยากมาเห็น มีสภาพเป็นแบบนี้
เอ่อ... แล้วเราจะรีบมาแต่วันแรกๆของงานทำไมเนี่ย ???
รีบมาเพราะกลัวดอกเหี่ยว แต่ดันมาเร็วไปดอกไม่บาน ทำไมทำกับเรายังงี้นะ Fail สุดๆอ่ะค่ะ
ทั้งงานที่บานมีแค่นี้ แค่นี้จริงๆ
ถึงแม้ทั้งงานจะมีดอกไม้สีสดใสอื่นๆบานสะพรั่ง ก็ทดแทนทิวลิปที่อยากจะมาดูไม่ได้
สวยน่ารักมากๆ พอให้จิตใจดีขึ้นได้นิดนึง
ของเพื่อนถ่ายกับดอกทิวลิปหลากสีสันสดใสสวยงามมาก แม่เลยรีบถามเพื่อนทันที บอกมาด่วนว่าถ่ายที่ไหน?
เพื่อนตอบมาว่าที่สวนตุงและโคม แม่เลยบอกปะป๊า ไปด่วนเลย สวนตุงและโคม ...
มีเอาสัตว์ต่างๆมาโชว์ด้วย เท่าที่เห็นก็มีนกฟลามิงโก้ และนกเพนกวิ้น
(อันนี้น่าสงสารมาก เอามาใส่ตู้กระจกเล็กๆไว้ คงทรมานน่าดู)
เราเดินเล่นต่ออีกหน่อยให้ทั่วๆงาน แล้วก็รีบตรงไปสวนตุงกันเลย
แต่พอก้าวเข้าไปข้างใน ก็ต้องอึ้งอีกรอบ...
แต่คราวนี้เป็นอึ้งแบบดีใจ และชื่นใจ เพราะที่นี่ถึงแม้จะเล็ก แต่ทิวลิป และลิลลี่บานเต็มที่มากๆ
ทิวลิปหลากสีกำลังบานเต่งตึงเลย ดีใจมากๆ ที่ได้มาที่นี่ ทำให้การมาเชียงรายคราวนี้บรรลุเป้าหมายทุกประการเลย
เพราะไม่เคยเห็นที่เค้าปลูกลิลลี่รวมกันเยอะๆแบบนี้ กลิ่นหอมตลบอบอวลมากๆ
เจอกันรีวิวหน้าที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ค่ะ
ตอนนี้เด็กจิ๋วเข้าโรงเรียนแล้ว เป็นเด็กอนุบาล 1 แล้วค่ะ เวลาเที่ยวคงลดน้อยลง
ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เพราะจะได้มีเวลามารีวิวทริปเก่าๆ ที่ดองๆไว้มากมายค่ะ